สอนศาสตร์ Pranic and Crystal Healing
ไปเมื่อวันที่29-30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
คอร์สนี้มีผู้เรียน 3 คน ไม่รู้จักกันมาก่อน แต่เคยเรียนศาสตร์อื่นๆกับอาจารย์หญิงมาแล้วทุกคน
เราเริ่มต้นวันแรกด้วยการเปิดช่องทางลำเลียงพลัง ทั้ง 7 จักระ เปิดดวงตาที่ 3 (ญาณหยั่งรู้) แต่ละคนที่เรียนล้วนมีพลังงานสูง มีคลื่นพลังงานแห่งการหยั่งรู้อยู่ในตัวเองอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้รับการเปิด ทำให้บางคนอาจจะมีอาการปวดหัว ทึบ ตื้อ ตัน ตั้งแต่ยอดศีรษะจนถึงท้ายทอย เมื่อได้รับการเปิดช่องทางลำเลียงพลังทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นก็แนะนำให้เดินพลังปราณจนครบ 21 วัน เมื่อนั้นพลังงานขั้นสูงที่มีอยู่แล้วในตัวเองจะได้รับการพัฒนา และเปิดรับพลังงานอื่นๆที่สามารถสื่อสารกันได้ และพัฒนาไปสู่การเป็นนักพลังจิต เชื่อมต่อกับพลังงานเดิมที่ตัวเองมีอยู่แล้วอย่างสมบูรณ์
อาจารย์เป็นแค่ผู้ชี้แนะแนวทาง แนะนำเรื่องหินสีที่ใช้วางเพื่อการบำบัดตามจะกล่าวต่างๆบนร่างกาย แนะนำคุณสมบัติของหินว่าบำบัดโรคทางกายและใจประเภทใดได้บ้าง แนะนำเรื่องเรกิ ออร่า แสง สี และการสั่งจิตใต้สำนึก วันที่ 2 เป็นช่วงของการฝึกปฏิบัติ มีทั้งให้นอนบนเตียงบำบัด วางหินสีตามจักระ ส่งพลังบำบัดให้ผู้อื่น มีทั้งให้ลงนอนที่พื้น ในท่าที่สบายที่สุดของตัวเอง เพื่อฟังเสียงบำบัด 1.ลบล้างลืมอดีตที่ผิดพลาด 2.พลังจิตบำบัดโรค 3.ลดอารมณ์โกรธอย่างไรให้ได้ผล4.พลังแห่งความสำเร็จ และฝึกรับรู้พลังของหินสีแต่ละก้อน ฝึกการถ่ายทอดพลังให้ผู้อื่น และรับรู้พลังจากผู้อื่นขณะที่เราอยู่ในสมาธิ
คอร์สนี้สอบแค่ 2 วัน แต่ลูกศิษย์ยังจะต้องฝึกปฏิบัติและส่งการบ้านอีก 21 วัน หลังจากนั้นจึงจะต้องกลับมาให้สอบเรื่องคลื่นพลัง แล้วจึงได้ใบประกาศนียบัตร สำเร็จหลักสูตรนี้อย่างเป็นทางการ เราพูดคุยกันทุกเรื่องในแง่ของพลังงาน เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ล้วนๆ พูดคุยในเรื่องการบำบัดทางเลือกชนิดต่างๆ และสุดท้ายประเภทของพลังจิต เพื่อให้แต่ละคนได้สำรวจตัวเองว่ามีพลังจิตด้านไหนเป็นพิเศษ อาจารย์เชื่อแน่ว่า หลังจากผู้เรียนได้ฝึกฝนต่อไปเรื่อยๆ ผู้เรียนคอร์สนี้ก็จะพัฒนาเป็นนักพลังจิตและนักบำบัดที่ทรงพลัง สามารถบำบัดสุขภาพกายและจิตของตัวเองและของผู้อื่นได้ รวมถึงสัมผัสพลังต่างๆได้ดีมากยิ่งขึ้น
#ความเชื่อคือพลัง #การบำบัดทางเลือก
#อาจารย์หญิง_จุฑามาศ_ณ_สงขลา
สามารถเลื่อนเพื่อดูภาพได้เลยค่ะ




















